| 個人檔案Make you own destiny相片部落格清單 | 說明 |
|
Make you own destiny7 September ละเมอ
ช่วง 4-6 เดือนที่ผ่านมา เราเป็นไรไม่รู้ละเบอบ่อย โคตรๆ แถมละเมอออกเเนวระรานและทำลายอีกนี่สิ T_T เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา อาการมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆละ มี การละเมอไปหยิบพารามากิน เล้วกลับไปนอนต่อ !!!!!!!!!!!!!! เมื่อคืนล่าสุดเลย ตื่นเช้ามา มานอนอยู่นอกห้องเฉยเลย !!!!!!!! เวรละ ตูจะละเมอออกไปทำอะไรชาวบ้านไหมนี่ 13 August กุยบุรีเมื่อวันที่10-12 ที่ผ่านมาเราได้ไปค่ายของ วิชา rectour มาซึ่งก็คือ ค่ายกุยบุรี นั่นเอง ค่ายนี้เป็นค่ายที่รู้สึกมันส์สุดๆตั้งเเต่เข้าค่ายทั้งหลายเเหล่มาเลยก้ได้ เพราะได้ลุยผจญภัยเเบบที่อยากซะที ^^
เริ่มเดินทางในวันที่ 10 ตอนเช้า รถนัดว่าจะออก 8.30 เเต่ +cu time สรุป เเล้วก็ออก9 โมงหน่อยๆนั่นล่ะเเต่ก็ถือว่าok อยุ่นะ [ late กว่านี้ก็เคยเจอ ] ไปถึงที่พักก็นู่นบ่ายๆ ก็วันแรกไม่มีอะไรมากมาย ไปถึงก็กางเต๊นท์ เเล้วก็ไปเล่นกีฬาฮาเฮ ก็นะ........ เล่นมันซะเกือบทุกอย่าง ไหนไหนก้ไหนไหน ปี4ปีสุดท้ายก็เต็มที่กะมันหน่อย เเต่ฮาสุดๆก็ เพลงของพี่เเจ๊คที่เอาไปสอนร้องนำในระหว่างเล่น เป็นเพลงที่ จังหวะ กับ เนิ้อร้อง ไม่ได้เข้ากันเล๊ย ให้ตาย เถอะ สุดๆ จริงๆ จากนั้นก็กินข้าว ดูสไลด์ ตั้งวงกีตาร์ร้องเพลง เเล้วก็เข้านอน ตอน เกือบๆเที่ยงคืน
ตื่นขึ้นมาวันที่2 วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินป่ากันซะเเล้ว ก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลยซักกะนิด ออกเเนวเเอบเซ็งๆเพราะคิดว่าตอนแรกจะเดินอย่างเดียว เเต่ที่ไหนได้ กลายเป็นปีนน้ำตกซะงั้น ซึ่งใช้เวลาเดินไปถึงน้ำตกก้ประมาณ 2 ช.ม ได้ เเล้วต้องใช้เวลาค่อยๆเดินๆปีนๆอีก ช.ม กว่าๆ เป็นอะไรที่มันส์ มากๆ ทั้งลื่น ทางขึ้นก้เหียก ท้าทายมาก แต่สงสารพวกคนอื่นคณะอื่นที่เค้าไม่ได้เตรียมตัวมาเจอ ก็ลื่นไถลเถลือก ไปเรื่อยๆจนถึงสุดทางเเบบทุกทุเล [อย่าว่าเเต่เค้าเลยเราก็เป็น T_T ] แต่ความมันส์ยังไม่หมด เพราะต้องย้อนเดินกลับมาทางเดิม กว่าจะถึงที่พัก ก็เล่นเอาเกือบๆหมดเเรงเหมือนกัน รวมเวลาที่ใช้ไป เริ่มเดินเข้าป่า9 โมงครึ่ง ออกจากป่า 5 โมง หลังจากนั้นก็พักผ่อนอาบน้ำเเล้วเตรียมการเเสดงรอบกองไฟ ซึ่งการเเสดงของกลุ่มเรา ก็คือเรื่อง 3 ก๊ก ซึ่งตอนซ้อมนั้นมี คนเสนอตัวมาเป็นคนพากษ์ เเละท่าทางจะเป็นได้ด้วยดี...... แต่พอเเสดงจริง คนพากษ์ที่เสนอตัวพากษ์ พากษ์ ได้เร้าใจยิ่งนัก T_T [ ประชดนะ ] ก็ผ่านๆไปเเบบไม่อยากจะจำ 55555 เเล้วก็เปิด pub เราก็ไปแจมๆกะเค้าจนเที่ยงคืนก็ไปนอน รุ่งเช้าตื่นมาก็เก็บของมีกิจกรรมทำนิดหน่อยเเล้วก็กลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ ก่อนกลับมีเเวะซื้อของฝากเล็กน้อย เเอบช๊อคที่ราคาขนมมันขึ้นเป็นถาดละ 50 เเล้ว เเพงเเสด
p.s
- อยากไปเดินป่าลุยน้ำตกเเบบนี้อีกซักที
- อยากไปค่ายoutdoor ไวไวจัง ^^
22 July สัจธรรม จากการสอบ1.การอ่านไม่ทันเเล้วระบายให้เพื่อนฟัง โหวกเหวกโวยวาย เครียด ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น ทางที่ดี ไปอ่านหนงสือซะเหอะเมิง
2.ต่อให้เทพยังไง ก็ไม่มีทางที่จะทำข้อสอบในมหาวิทยาลัยได้ คะเเนนเต็ม [ หรือเคยเห็น ]
3.เวลากดดันที่สุดในการทำสอบอัตนัยคือเวลาเขียนผิดไม่มี ลิขวิดเเล้วต้องยืมเพื่อน..... อาจมีโดนจับทุจริตได้ T_T
4.กลับกันถ้าเพื่อนมันกล้ายืมลิขวิดเเต่ คนให้ยืมเขียนผิดเเล้วไอ้คนยืมก็แอบเอาไปดองแถมเวลาเหลือน้อย นั่นล่ะนรก ของจริง
5.ในห้องจะต้องมีเพื่อนอย่างน้อยคนนึง สักยันต์ [โพย] ตามแขนหรือขา แน่ นอน ฟันธง !!!!!!!!!!
6.ความรู้จากการฟังเพื่อนติวหน้าห้องสอบ บางทีได้รับมากกว่าเราอ่านเอง 1วัน
7.หลังสอบเสร็จมักจะต้องไปฉลองด้วยการกิน [ ไม่สงสัยทำไมถึงบ่นน้ำหนักขึ้นกัน ]
8.คนออกห้องสอบคนแรกไม่ใช่ว่าเก่งหรือเทพ แต่ 98 % ของคนออกคนแรกคือคนทำไม่ได้
9.เขียนอ้อนวอนคะแนนอาจารย์ยังไงในข้อสอบ คะแนนก้ไม่เพิ่มหรอก เเสรด -_-"
10.การปวดฉี่ในขณะที่อยุ่ในห้องสอบเเละทำข้อสอบไม่ทัน เป็นอะไรที่ ทรมาน MAX !!!!!!
11.หลังสอบเสร็จจะต้องมีเทพ อย่างน้อย1ตัวมาเฉลยข้อสอบอยู่หน้าห้องเเละ ก็มีคนกลุ่มนึงที่มาฟังเเล้วบ่นว่าเสียดายทำไมกุทำผิด
12.คนอ่านไม่ทันกับไม่ได้อ่าน ส่วนมากคะแนนจะออกมาพอพอกัน
13.จะต้องมีคพถามก่อนเข้าห้องสอบจากเพื่อนๆว่า มันออกอะไรมั่งหว่า -_-"
14.คนออกห้องสอบคนสุดท้าย มันก็คือคนทำไม่ได้ เพียงเเต่มันฝืน 555555
15.หากพกปากกาเข้าไปแท่งเดียว หมึกมักจะหมด
16.ถึงเเม้จะเป็นการสอบแต่มันก็ยังมีคนมาสอบสายอยู่ดี
17.ข้อสุดท้าย ถึงก่อนสอบเมิงจะอ้อนวอนต่อพระเจ้า สวนมนต์ บนบาน อะไรก็ตาม แต่ถ้าไม่อ่าน ยังไงก็ทำไม่ได้แน่นอน ยืนยัน จากใจจริง เเละ
จริงใจ
ใครเครียดๆอยู่ลองมาอ่านๆละกัน เราก็สอบแค่วิชาเดียวเลยไม่ซีเรียสเวลามาอัพเลยเยอะ
Good luck in examination season [ damn T_T ] 9 July next step ...ขณะที่ผมมาอัพบล๊อกอยุ่นี้ ชีวิตการเรียนของผมก็ได้ผ่านมาเกือบๆ จะครึ่งหนึ่งของการเรียนเทอมสุดท้ายในมหาวิทยาลัยของผมเเล้ว 3ปีกว่าๆที่ผ่านมามันเร็วมากมายนักจนแทบตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว เหลือเวลาไม่กี่วันเเล้วหลังจากนี้เราก็ต้องออกไปเผชิญกับโลกอันกว้างใหญ่นอกรั้วมหาวิทยาลัยแล้วสินะ คุณเคยถามตัวเองไหมว่า ระยะเวลา4 ปีที่เข้ามหาวิทยาลัย คุณได้ทำอะไรไว้บ้างหรือ มีสิ่งใดที่อยากทำ ส่วนตัวผมนั้นสิ่งที่อยากทำก็ทำไปแล้วแต่ก็ยังเหลือสิ่งที่ๆไม่ได้ทำมากมายเลยล่ะ เฮ้อ แต่ก็นะจะพยายามใช้ชีวิตที่เหลือให้เต็มที่ ปี4 ได้เวลาทำตามใจตัวเองแล้วซะบ้างหลังจากถูกด้านดีครอบงำมาตลอด 3 ปี ได้เวลาปลอดปล่อยเเล้ว หลังจากนี้ก็ถึงเวลาที่จะเลือกทางเดินของตนเองแล้ว เหอๆได้เวลาวางแผนอนาคตแล้ว
หลังจบแล้วบางคนก็คงเลือกที่จะทำงานต่อไปเลย แต่สำหรับผมแล้วตอนนี้ เป้าหมายหนึ่งเดียว คือ เรียนต่อ ศศิน ให้ได้ มันคงเป็งานช้างที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยจะได้ทำมาเลยล่ะ สอบทั้ง GMAT +TOEFL OMG !!!!! แต่ละตัวแม่งยากแสรด เหลือเวลาอีก11 เดือน แถมด้วย essay 4-5 ชิ้นอีก อ้วกแตกครับพี่น้อง กุยิ่งโง่ๆ eng + grammar อยุ่ แต่ยังไงก็ขอลองเสี่ยงซักตั้งว่ะ หลังจากจบโทแล้วก็คงเปิดธุรกิจส่วนตัวซักอย่างนึงที่ตัวเองชอบและมีความสุขกะมัน [ได้เงินเยอะๆนี่ล่ะสุขกุ] 555
สุดท้ายแล้วชีวิตในมหาวิทยาลัยที่เหลือของผมนี้ก็คงต้องเดินต่อไป ยังเหลือเรื่องที่ต้องสะสางและทำอีกเยอะ หวังว่าผมคงจะทำมันได้หมดนะ..
P.S - อัพสั้นกระทัดรัดคนอื่นอ่านอาจไม่เข้าใจ แต่แค่อยากเก็บ page นี้ไว้เป็นตำนานว่าครั้งหนึ่งเราเคยวางเป้าหมายไว้ยังไง - ขอบคุณทุกคอมเมนต์จากblog ที่แล้ว ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ปีศาจตนนี้ตื่นขึ้นมาเต็มตัวละ จากวันนั้นผมเรียนรู้ที่จะอยู่กับความกดดันความเครียด และงานได้ แล้ว ขอบคุณจริงๆ
23 May me my self and my mind ไม่ได้อัพมากว่า 5 เดือน มา อัพครั้งนี้ เพราะ ทนไม่ไหว จริงๆ ไม่รู้จะระบายกะใคร ช่วงนี้รู้สึก สับสน ในตัวเองเเละชีวิตอย่างแรง เหมือนกับว่า ควมเครียดเข้าครอบงำ ทำอะไรไม่มีความสุขเลยซักอย่าง ตอนนี้ทำงานประจำที่บริษัท เเต่ก็มีงาน ของคณะที่ต้องมาช่วยทำ เฮ้อ...... แต่การกลับมาช่วยทำงาน ที่คณะที่คิดว่าจะได้มีความสุขกับการทำงานเหมือนตอนปี 1-2 เเต่มันไม่ใช่เเล้ว ........... ไม่มีความสุขเลยเเม้เเต่นิดเดียว เหลืออีก 2 งานสุดท้ายที่จะรับเเล้วสินะตอนนี้ถึงเเม้จะไม่มีความสุข แต่ในเมื่อรับมาเเล้วคงต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อคนอื่นๆจะได้ไม่ต้องเหนื่อยในส่วนของเรา แต่บางทีก็ท้อเเละผิดหวังในตัวเพื่อนร่วมงานที่บางทียังมีความรับผิดชอบไม่เพียงพอ เรื่องเวลาบ้าง เรื่องอื่นๆบ้างสารพัด ลางานครึ่งวันเพื่อช่วยคณะเเต่สิ่งที่ได้คือ การเสียเวลาเปล่า เพราะไม่มีใครคิดจะทำตามกำหนดเวลาทำให้ต้องลาทั้งวันอีก รู้สึกผิดเเละเเย่ว่ะ ต้องโดดงานประจำของตัวเองบ่อยๆทั้งๆที่ในอนาคต อาจจะต้องขึ้นมาทำมาบริหารเองทั้งหมด
ส่วนเรื่องจิตใจช่วงนี้ประสาทหลอนๆชิบ ฝันร้าย ติดต่อกันเกือบทุกคืน นอนก็นอนไม่ค่อยจะหลับ ชีวิตมันมีอะไรดีมั่งว่ะเนี่ย ....... ไว้หลังเสร็จงานจะลองไปปรึกษา จิตเเพทย์ดู ไม่รู้ว่าเพราะอยู่ในบ้านคนเดียวนานรึเปล่า ถึงออกไปข้างนอกก็ไม่รู้จะคุยกะใครมาก จนตอนนี้ คุยกะตัวเองได้เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว บรรลัยดีเเท้ไหม
P.S พรุ่งนี้ก็ทำงานอีกเเล้วสินะเฮ้อ.....
- ถึงตัวผมเองในอนาคตที่จะกลับมาอ่าน blog นี้อีกครั้งขอให้ตอนนั้นโชคดีละกันนะ
Im only a demon that searhing for happiness. 4 December winter ก็เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวสู่ช่วง โค้งสุดท้ายของปีนี้เเล้ว อากาศปีนี้รุสึกจะหนาวช้ากว่าปีที่ผ่านๆมา แต่ก็ช่างมานเถอะ เพราะเราเป็นคนไม่ชอบควมหนาวอยู่เเล้วล่ะ อยากรู้เหรอ เพระอะไรถึงไม่ชอบ .......... ก็เพราะ มันหนาวอ่ะเดะ ถามได้ !!!
เรียนเปิดมาได้ก็พักนึงละจะเข้าสู่การสอบกลางภาคอีกเเล้ว เทอมีน้เจอแต่ตัวยากๆ เเถม เป็นวิชาท่องจำเยอะซะด้วยสิ อ๊าก อ่านกันหัวกระบาลระเบิดเเน่ สงสัยความรู้มันจะเกินกว่าสมองอันน้อยนิดของข้าพเจ้าจะรับได้เเหงมๆเลยเศร้าว่ะแถมงานเยอะอีกต่างหาก จะเสียสติเอา T_T
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไปแข่ง ฮอกกี้มา รายการ ฮอกกี้festival ปีนี้ได้ลงในตำแหน่งเเปลกๆที่ไม่เคยเล่น เลยได้ประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะเลย ขอขอบคุณ พี่พี่น้องๆ ชมรมทุกคนที่ได้เข้ามาเล่นเเละทำให้ผมได้มีโอกาสได้ประสบการณ์ดีดีด้วยนะคร้าบ แต่..... ไม่วาย เล่นได้แค่วันเดียว เพระซวยซ้ำซวยซ้อนซวยซาก โดนลูกอัดเข้าข้อเท้า เเบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่เดิม 2 ครั้งติดกันใน 1 เเมตช์ [ อารายเมิงจะเป็นคนที่โชคดีปานนี้เนี่ย ] แล้วก้วันเดียวกันได้ ฆาตกรรมแขกไป 1 คน อยากรู้รายละเอียด คุยกันในm น่อ
พักนี้เจอเเต่คนอารมณ์แปรปรวนเสียสตินอยด์กันเป็นเเถวๆ แต่เราไม่เป็น เพราะเป็นจนเป็นปกติอยุ่เเล้ว 555 ไม่รุเพราะอารายเหมือนกานเเหะ เลยลองคิดเล่นๆดูว่า ความสุขในการใช้ชีวิตของเรามันคืออะไร ก้คิดได้ว่า ขอแค่ได้เล่นเน็ต+เกม นอนเต็มอิ่ม เเละกิน เฟรนช์ฟรายส์แค่นั้น ก็สุขขีละ เป็นไปได้อยากให้ชีวิตทุกวันมันเป็นแบบนี้ เเต่ ... มันก็ใกล้ถึงวัยทำงานเเล้ว คงยากหน่อยที่จำทำเเบบนี้ได้ทุกวัน หรือไม่ก็ ไม่ทำงานมันซะเลย 5555
P.S.
- ทำไมมันหนาวเเป๊ปเดียวก็หายหนาวเเล้วอ่า
- เริ่มอ่านหนังสือกันได้เเล้วว๊อย
- หนาวกายไม่เท่าไหร่แต่หนาวใจสิเหลือทน --> cop มาจากใครในm ซักคนหว่าลืมไปละ
17 October เฮือก เกรดออก แต่ยังยิ้มได้ ^^ ทุกวันเกรดออกก็ต้องมานั่งอัพทุกครั้งเลยสิน่า 55555 มันไม่อยจะได้ตามหวังซักเท่าไหร่ สงสัยจะไม่ถูกชะตากะวิชาปัญญาอ่อน ทั้งหลาย ได้ b b+ แต่วิชา ยากๆ ดันได้ A เฮ้อ ชีวิตหนอ ชีวิต ถึงเกรดเทอมนี้ไม่ได้ดีมากมายแต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายก็ยังอยู่ในขั้นเลวร้ายล่ะน่อ ^_^
เทอมนี้ก็ได้อาจารย์ [โจทย์ใหม่] อกี 2 ราย คือ อาจารย์ เเค๊ค นามสมมุติ และ อาจารย์ เฟิน [หยัน] ใครอยากรู้เหตุผลลองถามมาหลังไมค์ละกันเน้อ แต่อย่างน้อยเทอมนี้ก็เป็นครั้งแร ที่ แต่น แต่น แต๊น เกรดตู บรรลุถึงเป้าหมายเเล้ว T_T เกิน 3.6 ซะที เอิ๊กๆๆ ปั้นมา 2ปีครึ่ง แหนะกว่าจะได้เหนื่อยแทบรากเลือดจริงๆ
ปิดเทอมที่ผ่านมานี้ก็เล่นแต่เกมออนไลน์ เล่นเเบบ ชิมๆ คือ เล่นมาราธอนเกมละซัก 2-3 วันก็เปลี่ยนเกม 555 ประมาณว่า ผ่านสมรภูมิมาเยอะ เเล้ว เลยต้องเลอืกสิ่งที่ชอบจริงๆ ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีแค่เกม 2 เกม เเต่เดี๋ยวนี้ถ้าหาจริงๆ ล่ะก็ มี ร่วม 100 พอเล่นเยอะๆก็จะจับแนวได้ว่าเกมไหนน่าเล่นยังไง บางเกมที่เล่นไป เล่นไป 30 นาที เเล้ว Un install เลยก็มี หึหึหึ
ตอนนี้ก็เลงไว้อยู่ 1 เกม แต่มันดันออกตอน เปิดเทอมซะนี่ คือ เกม Hell gate london เกมที่ผู้พัฒนา diablo 2 มาทำ ก็เป็นเกมที่ต้องซื้อกล่องกล่องละ 699 บาท เป็นsv inter คิดว่าไม่น่าจะได้เจอเกรียนในเกมน่ะนะ 555 เลยเล่น [เมิงอย่าลืมสิ เกรียนรวยๆก็มี ] ---> เออจริงว่ะ -_-"
ก็สืบเนื่องจากเหตุการณ์ข้างบนทำให้ต้องยกเครื่อง คอม กันใหม่ พอสมควรเลย เริ่มจาก เพิ่มแรมเป็น 1.5 g จาก 512g + อัพการ์ดจอ จาก gfx 5200 เป็น gfx 6200 + พรุ่งีน้กะลังจะไปถอยdvd drive มาซะที โอ้เป็นการลงทุนที่แพงเอาการแต่มันก็สมควรแก่เวลาที่จะอัพคอมซะที
ช่วงนี้ฝนตกหนักทุกวันเลยให้ ตาย ออกไปทำอะไรก็ไม่ได้ ออกไปก็กลัวจะเผชิญ กะน้องกบ ศัตรู คู่กัดตลอดกาลอีก ม่ายหวายๆๆๆ ตากผ้าก็ไม่แห้ง พอเอามาใส่ทีก็คันที โอย จะบ้าตาย อยู่บ้านไม่ได้ออกไปไหนมา 2อาทิตย์ได้เเล้ว โคตรเบื่อเลย เหอะ ใครก็ได้มาชวนไปไหนที !!!!!!
P.S
- ชีวิตโคตรไร้สาระเลยช่วงนี้
- ใครมีชีท โภช หรือ biomech [mมันอ่านเเล้วรุเรื่อง ] เอามาให้ทีเริ่มอยากอ่านละ
- บ๊ายบาย R.I.P เกรดเทอมนี้ เทอมหน้าเอาใหม่กับยกรองสุดท้ายในมหาวิทยาลัย 8 October ปิดเทอม เบื่อมากมาย หลังจากผ่านการสอบอัน หรรษามาได้อีก 1 เทอม ก็ต้องมาพบกับงานต่อเนื่องอีกทำให้พึ่งปิดเทอมจริงๆ ก็ วัน ศุกร์ที่เเล้วนี่ล่ะ [ สอบเสร็จตั้งกะ พรึหัสที่เเล้ว ] สอบก็เจอวิชาทำให้เซ็งๆอีกละ แต่ช่างมันเหอะ มันผ่านไปละ ทำไรไม่ได้เเล้วล่ะ
ปิดเทอมนี่ก็เริ่มเข้าวงจรอุบาทว์ละ จากเปิดเทอมไม่ค่อยจะว่าง มีงานเข้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้ นะ เล่นเกม มาราธอนแบบ Hard core สุดๆ สุดๆแค่ไหนนะเหรอ แค่ 9โมง ถึงเที่ยงคืนเท่านั้นเอง -_-" [หักลบเวลาพัก+ทำอย่างอื่นอีกซัก 2 ช.ม] มีอยู่แค่นี้จริงๆ ชีวิตปิดเทอม โอ้ลัลล้า ตอนแรกนึกว่าเป็นสวรรค์ แต่พอเริ่มผ่านมา 2-3 วันมันชักเบื่อๆ เซ็งๆ ละ อยากออกไปหาไรทำข้างนอก แต่...... ไม่รู้จะไปไหนดี T_T
ตอนแรกคิดว่าปิดเทอมนี้จะได้ออกจากบ้านบ่อยๆ เพราะต้องซ้อมฮอกกี้ แต่... เสียความรู้สึกว่ะ นัดกันเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนสอบ มีคนตอบว่ามาซ้อมได้ในวันนั้น ทุกคน แต่พอมาวันจริงมีเรา+เพื่อนอีก 1 คนมาซ้อม กุจะประสาทแดกตาย ช่างมันๆ ซ้อมเองคนเดียวที่บ้านก็ได้ว่ะ
มาอัพบล๊อกรอบนี้ก็อัพเเบบเหียกๆหน่อยคนอ่านก็ทำใจหน่อยนะversion ใหม่มันdelay ไงไม่รู้พิมพ์ไม่ถนัดเลย ให้ตายเถอะ แตปิดเทอมพยายามจะอัพให้บ่อยขึ้นละกัน เน้อ ^_^
P.S
- Happy holiday ทุกคนเด้อ
- ปิดเทอมเทอมนี้ 20 กว่าวันเอง น้อย ฉิบ
- ไอ้โรคซวย เวลาเจอเรื่องร้ายๆไม่มีคนช่วยนี่แก้ไม่หายจริงๆเเฮะ[ แต่ก็สนุกดี ]--> เหรอ -_-"
21 August Garfield วันนี้ขอนำเสนอ การ์ตูนสุดกวนขวัญใจเรา การ์ฟิลด์นั่นเอง เราว่ามันเป็นการ์ตูนที่มีเสน่ห์ดี การ์ฟิลด์อ้วนๆ กวนติงดี 555 ลองอ่านประวัติด้านล่างนี่ดูละกัน
การ์ฟิลด์ (ภาษาอังกฤษ: Garfield) เป็นการ์ตูนช่องเรื่องสั้น เขียนโดย จิม เดวิส ตัวละครนำในเรื่องได้แก่ เจ้าแมวอ้วน การ์ฟิลด์ เจ้าหมาน้อย โอดี้ และหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเจ้าการ์ฟิลและโอดี้ จอน อาร์บัคเคิ้ล ในปี ค.ศ. 2006 การ์ตูนช่องเรื่องการ์ฟิลด์ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กว่า 2,570 ฉบับทั่วโลก หนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกว่าการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นการ์ตูนช่องที่ได้รับการตีพิมพ์มากที่สุดในโลก [1] นอกจากนี้ ความสำเร็จของการ์ฟิลด์มิได้หยุดแค่ในหนังสือพิมพ์ การ์ฟิลด์ยังปรากฏโฉมในรูปแบบ การ์ตูนคอมมิค การ์ตูนแอนนิเมชั่น ภาพยนตร์ และสินค้าลิขสิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายหลายรูปแบบ ถือเป็นการ์ตูนอเมริกันที่ประสบความสำเร็จที่สุดเรื่องหนึ่ง
ตัวละครต่างๆ
การ์ฟิลด์ การ์ฟิลด์ เป็นเจ้าแมวอ้วน สีส้ม มีลายสีดำ และมีความคิดเป็นของตัวเอง ดูจะมั่นใจในตัวเอง ด้วยนิสัยขวางโลก แต่ขี้เกียจเป็นที่สุด 2 สิ่งที่มันชอบที่สุดคือ การนอนและการกิน โดยเฉพาะลาซานญ่าซึ่งเป็นของโปรด นอกจากนี้ มันยังชอบดูทีวี และชอบแกล้ง จอน ผู้เป็นเจ้าของ และ โอดี้ เจ้าหมาน้อยคู่กัด มันยังชอบทรมานบุรุษไปรษณีย์เล่นๆ อาหารว่างของมันคือ นกขมิ้น มันปฏิเสธที่จะจับหนู แม้จะดูว่ามันชอบกินไปซะหมด แต่สิ่งที่มันเกลียดมาก คือ ผักขม และลูกเกด ส่วนที่ดีที่สุดของมัน คือ มันรักครอบครัว นั่นคือเจ้านายและโอดี้ แม้ถึงจะกัดกันบ่อยแค่ไหนก็ตาม การ์ฟิลด์ เกิดในวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1978 ซึ่งเป็นวันปรากฏตัวครั้งแรก
โอดี้ โอดี้ เป็นเจ้าหมาน้อย ขนสั้นสีเหลือง หูยาวตั้งสีน้ำตาล มันชอบแลบลิ้นสีแดงยาวตลอดเวลา มันเป็นหมาที่น่ารัก แต่ดูจะงี่เง่าไปหน่อย มันไม่พูด ถ้าจะพูดก็เป็นคำพูดสั้นๆ เช่น หิวๆ กลัวๆ วิ่งๆ เป็นคู่กัดกับการ์ฟิลด์มาตลอด มันถูกการ์ฟิลด์แกล้งอยู่เสมอ โอดี้ ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1978 และถือว่าวันนี้เป็นวันเกิด จอน อาร์บัคเคิ้ล
จอน อาร์บัคเคิ้ล เป็นเจ้าของการ์ฟิลด์และโอดี้ เขาเป็นคนที่เด๋อด๋า ซุ่มซ่าม จอมเปิ่น แต่ใจเย็น เขามักเป็นคู่กัดกับการ์ฟิลด์เสมอ (ทั้งที่การ์ฟิลด์ได้แต่คิด แต่พูดไม่ได้) เขาไม่เคยเดทกับผู้หญิงคนไหนสำเร็จเลยสักครั้ง เขาตกหลุมรัก ดร.ลิซ วิลสัน สัตวแพทย์ของการ์ฟิลด์และโอดี้
สำหรับการ์ฟิลด์นั้นก็หาอ่านได้ทุกวันที่ www.pantip.com แล้วเข้าไปเลือก คาฟ่ เฉลิมไทย จะมี คน post ประมาณ เที่ยงๆทุกวัน ถ้าสนใจก็ลองไปอ่านได้นะสนุกดีๆ
ป.ล ช่วงนี้เราเหนื่อยๆมึนๆทำไรผิดพลาดไปขออภัยด้วยนะ อาจจะอารมณ์ใส่ใครบางคนก็ขอโทษมา ณะที่นี้ด้วย 5 August เพลีย เหนื่อย เพลีย ล้า แต่ละวันในตอนนี้มีเรื่องให้ ประสาทเสียได้ทุกวัน นอนหลับก็ฝันร้ายทุกวัน หงุดหงิดๆๆ ร้สึกว่าบางทีก็เหมือนประสาทหลอนนิดๆ
P.S.
- ถ้าเผลอไปอารมณ์ใส่ใครช่วงนี้ขอโทษด้วยนะ
- วันนี้อัพน้อย-น้อยมากคงไม่ว่ากัน |
|
||||
|
|